26 มิ.ย. 2562
กฟผ. ผนึกกำลัง ชุมชนบ้านหน้าทับ เดินหน้าพลิกฟื้นระบบนิเวศชายฝั่ง จ.นครศรีธรรมราช ภายใต้โครงการ พลิกฟื้น คืนผืนป่าชายเลน สู่ธรรมชาติ

Image title

         วันนี้ (26 มิถุนายน 2562) นายชัยศักดิ์ สุจริตพนารักษ์ ปลัดอาวุโส อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “พลิกฟื้น คืนผืนป่าชายเลน สู่ธรรมชาติ” ร่วมกับชาวบ้านชุมชนบ้านหน้าทับ นายสมชัย ชัยโรจน์นิพัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ปลูกป่าชายเลน และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อฟื้นฟูป่าชายเลน ณ บ้านหน้าทับ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช


         นายศานิต นิยมาคม ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน ในฐานะรองโฆษก กฟผ. เปิดเผยว่า กิจกรรม “พลิกฟื้น คืนผืนป่าชายเลน สู่ธรรมชาติ” ที่บ้านหน้าทับ จ.นครศรีธรรมราช เป็นกิจกรรมที่ กฟผ. ดำเนินการต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีปัญหาถูกน้ำทะเลกัดเซาะอย่างรุนแรง จำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนป้องกันการกัดเซาะและฟื้นฟูระบบนิเวศตามหลักวิชาการ โดยพบว่า หลังจาก กฟผ. ร่วมกับ ชุมชนบ้านหน้าทับ และภาคีเครือข่าย ปลูกป่าชายเลนในดินเลนงอกใหม่จำนวน 5 ไร่ เมื่อปี 2561 ต้นโกงกางมีอัตราการรอดสูงถึงร้อยละ 80 ทำให้มีพื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้น สามารถช่วยบรรเทาการกัดเซาะของน้ำทะเล รวมถึงจำนวนสัตว์น้ำวัยอ่อนที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นด้วย ในปี 2562 กฟผ. จึงดำเนินการปลูกกล้าไม้โกงกางใบใหญ่ จำนวน 3,600 ต้น ในดินเลนงอกใหม่ต่อจากพื้นที่เดิมอีกจำนวน 5 ไร่ โดยจะปลูกกล้าไม้ในดินที่มีความเหนียวมากก่อนเพื่อให้รากสามารถยึดเกาะได้แล้วจึงค่อยๆ ปลูกขยับออกไป ระหว่างการปลูกจะปักไม้ไผ่ขนาด 1.5 - 2 เมตร ผูกติดกับกล้าไม้ ช่วยพยุงไม่ให้ต้นกล้าหลุดลอยขณะถูกคลื่นซัด พร้อมทั้งปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ได้แก่ ลูกปลากะพง จำนวน 3,000 ตัว และลูกกุ้งกุลาดำ จำนวน 200,000 ตัว โดย กฟผ. จะปลูก 1 ปี บำรุงต่อเนื่องอีก 2 ปี จากนั้นจะส่งมอบให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์ (บ้านหน้าทับ) ร่วมดูแลรักษาป่าชายเลน และบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการขยายผลสู่พื้นที่ใกล้เคียงต่อไป


Image titleImage title 

         ทั้งนี้ นอกจากพื้นที่ป่าชายเลนและสัตว์น้ำจะมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นแล้ว ปัจจุบันชาวบ้านในชุมชนบ้านหน้าทับยังต่อยอดผลผลิตจากป่าชายเลนเป็นสินค้าของชุมชน อาทิ ชาใบโกงกาง ซึ่งมีสรรพคุณทางยา ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ความดัน ครีมบำรุงผิวใบโกงกาง ที่ช่วยบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้น ผลิตภัณฑ์เสริมความงามจากโคลน ผ้ามัดย้อมจากรากโกงกาง ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนซึ่งได้รับความนิยมแห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น 6,000 – 7,000 บาท ต่อเดือน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และนำมาสู่ความหวงแหนในการการอนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างยั่งยืน

ข่าวสาร / กิจกรรมอื่นๆ

Copyright© EGAT Reforest 2015 All rights reserved.