เรื่องเล่าจากคนรักษ์ป่า

ติ๊ก - เจษฎาภรณ์ ผลดี

“ผมตื่นเต้นทุกครั้งที่จะได้ออกไปเห็นสิ่งแปลกตา ยิ่งเดินทางมากขึ้น ความรู้สึกรักและหวงแหน

ธรรมชาติก็ค่อยๆ ซึมลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ ผมมองธรรมชาติสวยงามเสมอ พระอาทิตย์ขึ้นทุกวัน ตกทุกวัน แม้จะเป็นพระอาทิตย์ดวงเดิม แต่ก็ไม่เหมือนกันสักวัน นี่เป็นแค่สิ่งเล็กน้อยที่เราได้จากธรรมชาติ ผมอยากบอกว่า อย่าทำร้ายธรรมชาติเลยครับ เพราะเมื่อไม่มีป่าก็ไม่มีสัตว์ป่า แหล่งอาหารหายไป ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล อากาศเปลี่ยนแปลง เกิดมลพิษ มลภาวะต่างๆ ดีที่สุดคือ ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามระบบนิเวศ แล้วธรรมชาติจะดูแลกันเอง เช่น ทุ่งกะมัง หากไม่ใช่เพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงปล่อยเนื้อทรายสู่ป่า ชีวิตนี้เราคงไม่มีโอกาสได้เห็นเนื้อทรายอีกแล้ว จากธรรมชาติที่ดูแลกันเอง ทุกวันนี้จาก 20 ตัว

เพิ่มเป็นกว่า 200 ตัว ‘นี่คือผลงานที่ธรรมชาติมอบให้’ ”

อ่านต่อ
ติ๊ก ชีโร่ - มนัสวิน นันทเสน

“หากคุณเข้าป่าไปเพื่อทำลาย หยิบ ยืม เก็บ โดยไม่มีพื้นฐานของความจริงใจผมถือว่าคุณไม่หวังดีต่อธรรมชาติ เพราะหากจะนำบางสิ่งบางอย่างออกมาจากป่า ต้องเป็นสิ่งที่ยังเหลือมากพอ ผมมักจะนำบางสิ่งบางอย่างมาเผื่อจะเป็นประโยชน์กับมนุษยชาติในอนาคต เช่น ซากสัตว์ หรือ DNA ของสัตว์ที่ตายแล้ว อาจให้นักวิทยาศาสตร์โคลน เพราะเชื่อว่าอีกประมาณ 10 ปี จนถึง 100 ปีข้างหน้า ผลงานเหล่านี้จะกลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ในเชิงอนุรักษ์เพราะผมเห็นตัวอย่างจากข้าวหอมมะลิหรือสัตว์บางชนิดที่มีเฉพาะในประเทศไทย แต่กลับถูกบางประเทศนำไปจดสิทธิบัตรเป็นของเขาเรียบร้อย ดังนั้นเป็นหน้าที่ของคนไทยที่ต้องระลึกอยู่เสมอว่า ต้องช่วยกันปกปักรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติไปจนวันตาย”

อ่านต่อ
บัณฑูร ล่ำซำ

“ผมมีโอกาสลงไปสัมผัสความเพียรพยายามระดับท้องถิ่นที่จะแก้ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งยังมีสิ่งที่ต้องจัดการอีกเยอะ และเป็นปัญหาที่ยาก เพราะการตัดต้นไม้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากพวกลักลอบตัดไปขายเท่านั้น แต่ยังมีชาวบ้านบางส่วนที่ตัดด้วยความจำเป็น ต้องทำมาหากิน เราจะปล่อยผ่านปัญหานี้โดยการ

เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่ได้ เพราะต่อให้วันนี้คิดว่าไม่ใช่ปัญหา วันข้างหน้าก็ต้องกลายเป็นปัญหาอยู่ดี ซึ่งอาจหนักกว่าเดิม เพราะการตัดต้นไม้คือหายนะระยะยาว การที่ กฟผ. มีโครงการปลูกป่าฯ เกิดขึ้นมาตลอดนั้นก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีน่าชื่นชม เราทุกคนต้องช่วยกันซึ่งโจทย์สำคัญคือ เราต้องช่วยกันปลูกป่าให้มาก และรวดเร็วกว่าการตัดทำลายของคนบางกลุ่ม”

อ่านต่อ
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

“ป่ามิใช่เป็นแค่ต้นกำเนิดของแม่น้ำลำธารเท่านั้น หากยังเป็นต้นกำเนิดของพุทธศาสนาเลยก็ว่าได้ ดังจะเห็นได้ว่า พุทธประวัติสัมพันธ์กับป่าโดยตลอด พระพุทธองค์ไม่เพียงประสูติใต้ต้นไม้ หากยังทรงบำเพ็ญเพียรในป่าจนตรัสรู้ใต้ต้นไม้และแสดงปฐมเทศนาในป่า และทรงบำเพ็ญพุทธจริยาในป่าเกือบจะตลอดพระชนม์ชีพ จนสุดท้ายก็ปรินิพพานใต้ต้นไม้ กล่าวได้ว่า ถ้าพระพุทธองค์ ไม่ได้มาบำเพ็ญเพียรในป่าก็คงยากที่จะเห็นธรรม เพราะธรรมะกับธรรมชาติเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อเราเพ่งพิจารณาธรรมชาติภายนอกอย่างลึกซึ้ง เราก็เห็นธรรมชาติภายใน คือเห็นธรรม

“การที่มีพระมารักษาป่า ส่วนหนึ่งก็เพื่อปฏิบัติธรรมในป่า อีกส่วนหนึ่งก็เพื่อรักษาป่าเอาไว้

เพื่อผู้คนทั้งในปัจจุบันและยุคต่อๆ มาจะได้มีโอกาสสัมผัสกับธรรมชาติจนเข้าถึงคุณค่าอันลึกซึ้ง

ในทางจิตวิญญาณ นี้คือเหตุผลสำคัญประการหนึ่งว่าทำไมพระสงฆ์และชาวพุทธจึงควรรักษาป่า ต่อสู้กับไฟป่า และช่วยกันปลูกป่าให้ร่มครึ้ม เพราะการรักษาป่า...คือการรักษาธรรม”

อ่านต่อ
Copyright© EGAT Reforest 2015 All rights reserved.